Archive > กันยายน 2009

สุดยอดสาวไทย

วอลเลย์บอลเป็นกีฬาอีกประเภทหนึ่งที่ผมชอบดูมากกว่าชอบเล่น เหตุเพราะมีประสบการณ์ไม่ค่อยดีสมัยเด็กที่เคยเรียนวอลเลย์บอลแล้วไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร แม้จะไม่สนุกกับการเล่นกีฬาประเภทนี้ แต่ก็ยังชื่นชอบและติดตามดูการแข่งขันวอลเลย์บอลอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยที่ตามดูมาตั้งแต่รุ่น ปริม อินทวงศ์ และเห็นพัฒนาการของทีมชาติไทยมาเรื่อยๆ จนมาถึงปัจจุบัน

Continue reading

, , ,

เรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง

นับตั้งแต่รู้ว่ามีการเปิดตัวสถานีโทรทัศน์ภาคภาษาอังกฤษในประเทศไทยแบบ ๒๔ ชั่วโมงในชื่อ TAN Network ก็ทำให้ผมหันมาดูโทรทัศน์มากขึ้น เดี๋ยวนี้เวลาส่วนใหญ่ในแต่ละวันก็เลยอยู่ที่การเปิดทีวีทิ้งไว้ที่ช่องนี้มากที่สุด ถามว่าตัวเองเก่งกาจจนดูเข้าใจทุกเรื่องที่นำเสนอหรือเปล่า ผมว่าผมเข้าใจเพียง ๔๐-๕๐% ของเนื้อหาที่นำเสนอมาทั้งหมดเท่านั้น ที่เหลือเป็นการฟังซาวน์อย่างเดียวแต่ไม่สามารถจับใจความอะไรได้
แต่นั่นก็เป็นความตั้งใจของผม ไม่ได้ซีเรียสว่าจะต้องดูรายการภาษาอังกฤษแล้วเข้าใจไปหมดทุกอย่างราวกับเจ้าของภาษา การฟังออกไม่ออกไม่ใช่ประเ็ด็นสำหรับผม แต่ผมคิดว่าแค่อยากให้มันมีเสียงและสำเนียงของภาษาอังกฤษเข้าหัวผมไปเรื่อยๆ บางทีสมองมันอาจจะซึมซับภาษาต่างชาติเข้าไปได้บ้างไม่มากก็น้อย

Continue reading

, , , , ,

Twitter ก็แค่ของเล่นที่ไม่ให้ตกเทรนด์

เห็นเดี๋ยวนี้คนเขาพูดถึง Twitter กันมากเหลือเกิน ทั้งๆ ที่ไอ้เซอร์วิสตัวนี้ก็มีมานานแล้ว แต่ทำไมถึงมาบูมเอาช่วงนี้ อันนี้ผมเดาเอาเองว่า คงเป็นเพราะสื่อมวลชนเอามาเล่นจนเป็นประเด็นให้เกิดความสนใจแค่นั้นเอง
สำหรับบางคนทวิตเตอร์อาจจะเป็นเครื่องมือที่เป็นประโยชน์อย่างหนึ่งในชีวิตประจำวัน เพื่อใช้สื่อสารกับคนอื่นๆ บางคนอาจจะใช้มากถึงขึ้นเสพติด ต้องเข้าไปทวิตฯ ทุกวัน แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม ส่วนตัวผมว่ามันเป็นเซอร์วิสที่เกินความจำเป็น เพราะในโลกของเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตมันมีเซอร์วิสที่ตอบสนองความต้องการส่วนตัวของผมมากพอแล้ว ไม่ว่าจะฟรีเมล์ ฟรีเว็บ ฟรีบล็อก และอีกสารพัดของฟรี ส่วนทวิตเตอร์มันก็คือ ฟรีบล็อกอีกประเภทหนึ่งแค่นั้นเอง แต่อาจจะมีฟังก์ชั่นบางอย่างที่ตอบสนองผู้ใช้บางคนได้ตรงใจเขาเหล่านั้นก็ไม่ว่ากัน ของแบบนี้แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคล
สำหรับคนที่ไม่เคยเล่นแล้วอยากลองเล่น ก็ลองเข้าไปสัมผัสดูได้ แต่ถ้าคุณไม่ได้สนใจทวิตเตอร์ ก็ไม่แปลกครับ แล้วก็ไม่ถือว่ามีอะไรในชีวิตขาดหายไปแต่ประการใด นอกเสียจากว่า คุณกลัวแค่จะตกเทรนด์ก็เท่านั้น

Continue reading

,

ไหว้เทพเจ้าหน่าจาที่อ่างศิลา

วันเกิดแม่เมื่อปลายเดือนที่แล้ว แกแสดงเจตจำนงว่า อยากจะไปไหว้เจ้าหน่าจาที่ตั้งอยู่แถวๆ อ่างศิลา จ.ชลบุรี ลูกๆ ที่บ้านเลยรวมตัวกันพาไป (จริงๆ ไปเป็นเพื่อนมากกว่า เพราะแกเป็นคนออกค่ารถ ฮ่าๆ) รู้สึกแกจะได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างมาว่า เป็นศาลเจ้าที่สวย และมีความศักดิ์สิทธิ์ แกก็เลยอยากไป
เอ้า ไปก็ไป…

Continue reading

,

ต่ออายุใบขับขี่

วันนี้ไปต่ออายุใบขับขี่เรียบร้อยแล้ว
เปลี่ยนจากใบขับขี่ชั่วคราว ๑ ปี เป็นใบขับขี่ ๕ ปี
หลักฐานที่ใช้ไม่มีอะไรมาก

ใบขับขี่ใบเก่า
สำเนาบัตรประชาชน
ใบรับรองแพทย์

รูปถ่ายไม่ต้องใช้ ถ้าจะทำเป็นบัตรแบบสมาร์ทการ์ด (แต่ต้องเสียเงินเพิ่ม ๑๐๐ บาท เป็น ๖๐๐ บาท)
แต่ถ้าเป็นใบขับขี่ธรรมดา ก็เอารูปถ่ายไปด้วย (เสียเงินแค่ ๕๐๐ บาท)
ค่าธรรมเนียมยื่นคำร้อง ๕ บาท
ไม่ต้องสอบอะไรใหม่ใดๆ ทั้งสิ้น
หลักฐานครบ จ่ายตัึงค์ปุ๊บ
หวีผมเสริมหล่อเล็กน้อย
แล้วก็ไปให้เขาถ่ายรูป (สำหรับบัตรแบบสมาร์ทการ์ด)
รอแป๊บเดียว ก็ได้บัตรแล้ว
ชิลล์ๆ

Continue reading

, ,

กระทรวงพาณิชย์ในความทรงจำ

ถ้าพูดถึงกระทรวงพาณิชย์ในปัจจุบัน หลายคนคงนึกถึงกระทรวงที่ตั้งอยู่แถวๆ สนามบินน้ำ แต่ในความทรงจำของผมแล้วกระทรวงพาณิชย์มีที่ตั้งอยู่ที่เดียวคือบริเวณท่าเตียน ใกล้ๆ กับปากคลองตลาด
ผมเคยมีชีวิตวนเวียนอยู่ที่กระทรวงท่าเตียนในช่วงประมาณปี ๒๕๓๘-๔๐ ในฐานะผู้สื่อข่าวของหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง เวลาหนึ่งปีกว่าๆ เกือบสองปีที่เป็นนักข่าวประจำกระทรวงพาณิชย์เป็นช่วงเวลาที่สนุกสนานและน่าจดจำมากที่สุดในแง่ของการทำงาน และในแง่ของมิตรภาพกับเพื่อนๆ ร่วมวิชาชีพ ผมมีกลุ่มเพื่อนนักข่าวที่สนิทกันมากที่นั่นอยู่หลายคน และยังคบหาติดต่อกัน พบเจอกันเป็นระยะๆ จนถึงปัจจุบัน
กระทรวงพาณิชย์ถือเป็นอีกหนึ่งกระทรวงที่มีการแข่งขันทางด้านการข่าวค่อนข้างสูง เนื่องจากเป็นกระทรวงสำคัญที่มีบทบาททางด้านเศรษฐกิจตั้งแต่ระดับปากท้องชาวบ้าน เช่น ราคาหมู เห็ด เป็ด ไก่ ไข่ ทั้งหลาย เป็นไปจนถึงเรื่องระดับโลก เช่น การประชุมดับเบิลยูทีโอ, เอเปก และอาเซียน เป็นต้น เรียกว่าเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่การทำข่าวต้องใช้ความรู้ความสามารถรอบด้าน
ผมทราบข่าวว่า กระทรวงพาิณิชย์ย้ายที่ทำการไปอยู่ที่สนามบินน้ำหลายปีแล้ว โดยสถานที่เก่าซึ่งตัวอาคารเป็นวังเดิมมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๖ ได้รับการตกแต่งภายในใหม่ให้กลายเป็น “สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ” (มิวเซียมสยาม) ซึ่งเมื่อตอนต้นปีที่ผ่านมา ผมก็ได้กลับไปเยือนสถานที่อันเป็นอดีตที่น่าจดจำของผมอีกครั้ง

Continue reading

, , ,