มีกระทู้ในเว็บไซต์พันทิปที่ถกเถียงกันเป็นเรื่องเป็นราวพอสมควรในประเด็นเกี่ยวกับ “เชียงคานกำลังจะมีร้าน 7-11″ ตัวผมเองก็ได้เข้าไปแสดงความคิดเห็นในเชิงไม่เห็นด้วย แต่ก็ไม่คัดค้านหากมันเป็นสิ่งที่คนเชียงคานเลือกแล้วว่าให้มี
ผมอาจจะไม่ใช่นักอุดมคติอะไรนัก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นคนไม่มีอุดมการณ์อะไรเลยในชีวิต เพียงแต่ผมเป็นคนไม่ได้เอาอุดมการณ์มาผูกมัด หรือพันธนาการตัวเองจนเป็นทุกข์ ผมว่าคนเราสามารถปรับแต่งอุดมการณ์เราได้ไปตามสถานการณ์จริง แต่ต้องไม่ให้สูญเสียความเป็นตัวเองไปหมดสิ้น นี่ต่างหากที่เป็นสิ่งที่ท้าทายมากกว่าการยึดมั่น ถือมั่น แต่ความคิดเห็นของตัวเองฝ่ายเดียว
ผมตามไปอ่านต่อยังกระทู้ต้นกำเนิดที่ เว็บเชียงคานดอทคอม ก็พบว่าที่แห่งนั้นเป็นที่รวมของคนที่มีแนวคิดอนุรักษ์ความเป็นเชียงคานแบบดั้งเดิมอย่างเหนียวแน่น (ซึ่งผมเองก็ยังไม่รู้ว่าดั้งเดิมของเชียงคานคือสมัยไหน และเริ่ม ณ เวลาใด) สิ่งที่น่ากลัวก็คือ ความคิดเห็นที่แตกต่างในเว็บนั้นมักจะถูกมองไปในแง่เป็นฝ่ายตรงกันข้าม และหลายครั้งก็โดนดูถูกเหยียดหยามเหมือนเป็นความคิดที่น่าขบขัน
แม้ว่าส่วนตัวของผมมีความคิดไปทางอยากอนุรักษ์ความเป็นเชียงคานแบบที่เป็นอยู่ ณ ตอนนี้เอาไว้ แต่ผมก็ยังอยากจะเปิดช่องให้กับความคิดต่างของคนที่เห็นว่า เชียงคานควรจะเปลี่ยนแปลงหรือปรับปรุงไปตามสมัยนิยมอย่างไรบ้าง ผมไม่เชื่อว่าวิถีทางของทั้งสองแนวนี้จะไปด้วยกันไม่ได้จนถึงขั้นเป็นเส้นขนาน ที่ไม่มีทางบรรจบกัน
หลายๆ ครั้งที่ผมมักเห็นนักอนุรักษ์ นักคิด นักอุดมคติจำนวนไม่น้อย ยึดมั่นถือมั่นในตัวเองเกินไป จนมองคนอื่นที่คิดต่างกลายเป็นผู้ร้ายไปเสียหมด ผมว่าโลกนี้มันไม่มีใครดีสุดขั้ว หรือชั่วสุดตีน คนเราต่างมีส่วนทั้งดีและไม่ดี อยู่ที่เราจะหยิบส่วนไหนของคนนั้นขึ้นมาเป็นประเด็น
ความคืดดีแต่ไม่มีเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน มองเพื่อนมนุษย์ที่คิดต่างกันเป็นส่วนแปลกแยกของตัวเอง แบบนี้ต่อให้คิดดีแต่ไหนก็ไร้ประโยชน์
สุดท้ายสังคมจะดีได้และอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข มิใช่เกิดจากการข่มกันทางความคิดว่าใครถูกต้องกว่าใคร แต่เกิดจากเราต่างเห็นความเป็นมนุษย์ที่อยู่ในตัวเราเหมือนๆ กันให้ได้เสียก่อน
Tag Archive > 7-11
อุดมคติ โลกแห่งความเป็นจริง และความเมตตา
ปายเปลี่ยนไป
ประโยคนี้ที่ว่า “ปายเปลี่ยนไป” ดูเหมือนจะถูกหยิบยกขึ้นมาถกเถียงกันอยู่เป็นประจำแทบทุกปี โดยเฉพาะเมื่อฤดูท่องเที่ยวในหน้าหนาวมาถึง ปายคือจุดมุ่งหมายลำดับต้นๆ ที่คนจะไปเยือน
หากไม่นับการหยุดแวะพักรถเพียงไม่กี่ชั่วโมงที่ปายเมื่อประมาณ ๕-๖ ปีก่อน ผมเพิ่งไปเที่ยวปายแบบจริงๆ จังๆ ครั้งแรกก็เมื่อประมาณ ๒ ปีที่แล้ว และไปติดๆ กันเป็นจำนวน ๓ ครั้งในรอบ ๖ เดือน หากไม่เรียกว่าหลงเสน่ห์เมืองปายเข้าเต็มเปาก็คงไม่สามารถไปติดๆ กันได้ขนาดนั้น
เมื่อสองปีที่ก่อน ผมก็เริ่มได้ยินประโยคที่ว่า “ปายเปลี่ยนไป” บ้างแล้ว แต่พอไปถึงปายแล้ว ผมไม่รู้หรอกว่าที่เขาว่าเปลี่ยนมันเปลี่ยนไปแค่ไหนและอย่างไร เพราะฉะนั้นปายเมื่อสองปีก่อนของผมคือ สิ่งแปลกใหม่ไปเสียทุกอย่าง
ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นเป็นรูปธรรมที่สุดของปายเมื่อสองปีก่อน คงจะเป็นเรื่องการมีร้าน 7-11 ผุดขึ้นมาในตัวเมือง และมีอีกร้านอยู่ที่ปั๊มปตท.ของอำเภอ ส่วนตัวแล้วผมไม่ได้รู้สึกอะไรมากมายกับการมีร้านเซเว่นที่ปาย จนกระทั่งหนล่าสุดที่ผมไปเที่ยวปายเมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๕๒ ที่ผ่านมา แล้วได้พบว่ามีร้านเซเว่นเกิดขึ้นเป็นร้านที่ ๓ คราวนี้อยู่ในเมืองบนถนนคนเดินเลย และที่สำคัญใกล้วัดมากๆ นี่เป็นครั้งแรกที่คนชอบร้านเซเว่นอย่างผม รู้สึกไม่ค่อยดีนักกับการมีเซเว่นที่ใหม่แห่งนี้
ผมว่ามันชักจะเยอะไปแล้ว
แสตมป์เซเว่น
เพิ่งเห็นแสตมป์ชุดใหม่จากร้าน 7-11 เข้าใจว่าชุดนี้เริ่มแจกจ่ายมาตั้งแต่วันที่ ๑ พ.ย. ที่ผ่านมา ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เข้าเซเว่นบ่อยนักก็เลยเหมือนตกข่าว สำหรับแสตมป์ชุดใหม่นี้เป็นกลุ่มการ์ตูนจากวอลท์ ดีสนีย์ ก็สะสมแลกของพรีเมียมได้เหมือนเดิม หรือใช้แทนเงินสดไปแลกสินค้าก็ได้เหมือนเดิม หมดเขตสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ ปีหน้าครับผม